0

เทคโนโลยี cloud computing

การใช้คอมพิวเตอร์บนก้อนเมฆ (Cloud Computing)

Cloud Computing เป็นวิธีการประมวลผลซึ่งอิงกับความต้องการของผู้ใช้ โดยผู้ใช้สามารถระบุความต้องการไปยังซอฟต์แวร์ของระบบ Cloud Computing จากนั้นซอฟต์แวร์จะร้องขอไปยังระบบจัดสรรทรัพยากรและบริการให้ตรงกับความต้องการผู้ใช้ ทั้งนี้ระบบสามารถเพิ่มและลดจำนวนของทรัพยากร รวมไปถึงการเสนอบริการให้พอเหมาะกับความต้องการของผู้ใช้ได้สะดวกมากขึ้น จากการวิจัยเกี่ยวกับเทคโนโลยี Cloud Computing พบว่า 56% ของคนในทวีปยุโรปไม่รู้จักเทคโนโลยีดังกล่าว แต่ในทางกลับกันจำนวนของคนในกลุ่มเอเชียถึง 77% รู้จัก Cloud computing และรู้ถึงแนวคิดการใช้งาน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าคนในทวีปเอเชียรู้จักเทคโนโลยี Cloud Computing มากกว่าคนในทวีปยุโรป

โดยแนวคิดหลักของ Cloud Computing คือ ณ บนกลุ่มก้อนเมฆบนท้องฟ้า จะมี Application Storage Platform และรูปแบบการใช้งานนำขึ้นไปไว้บนนั้น ส่วนของผู้ใช้คอมพิวเตอร์สามารถเลือกใช้งานตามความต้องการ โดยผ่านอินเทอร์เน็ตและจำพวกเว็บบราวเซอร์ เอามาใช้งานกับคอมพิวเตอร์ นอกจากนี้ยังรวมถึงการใช้งานผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ เช่น ในกลุ่ม Smart phone Google ถือเป็นผู้นำในการให้บริการ Cloud Computing ในชื่อของ Google Apps โดย Google นำ Cloud Computing มาให้บริการแก่ธุรกิจแม้แต่องค์กรของ Google

ปัจจุบัน Microsoft ,Oracle, Adobe , Apple เริ่มมีการนำเทคโนโลยี Cloud Computing มาใช้งาน มีการคาดหมายว่าในปี ค.ศ. 2013 จะมีเงินหมุนเวียนในตลาดของการพัฒนา application ต่างๆ สำหรับใช้ใน Cloud Computing ถึง 44 พันล้านบาท เป็นการก้าวกระโดดจาก ณ วันนี้ที่มีเงินหมุนเวียนด้านนี้เพียง 17 ล้านบาทถึงจำนวน 26-30 % ต่อปี

ด้วยการเชื่อมโยงผ่านเว็บไซต์ สามารถเชื่อมโยงการทำงานกับเพื่อนร่วมงานได้อย่างสะดวกรวดเร็วและง่าย ทุกที่ทุกเวลา ที่สำคัญมีนวัตถกรรมหรือสิ่งใหม่ ๆ ให้ได้เลือกใช้งานได้ทุกวัน โดยที่ไม่จำเป็นต้องลงทุนและเสียเวลาเพื่อพัฒนาขึ้นมาใช้ นอกจากนี้ยังรวมถึงการเชื่อมโยงผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ได้อีกด้วย

Cloud Computing ทำให้พนักงานในองค์กรสามารถทำงานเป็นทีมได้เร็วและมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น ทุกคนสามารถพัฒนาและแก้ไขงานบนเอกสารหนึ่งเดียวผ่านเว็บบราวเซอร์  ซึ่งจะช่วยลดระยะเวลางาน

ความปลอดภัยในการเก็บรักษาข้อมูล มีงานวิจัยพบว่ากว่า 60% มีการสุญหายของข้อมูลในองค์กร ถึงจะทำการสำรองข้อมูลไว้ 10 % ชี้ถึงการเก็บข้อมูลไว้ในคอมพิวเตอร์ก็ยังไม่มีความปลอดภัยอยู่ดีและอีก 66 % มักจะทำแฟลชไดร์ฟหรือตัวเก็บข้อมูลหาย Cloud Computing จึงถือเป็นความปลอดภัยที่เปรียบได้กับการฝากเงินไว้กับธนาคาร โดยให้ผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้เก็บรักษาข้อมูลของเราไว้ ยกตัวอย่าง เช่น Google มีการสำรองข้อมูลไว้กับ Server ทั่วโลก มีระบบป้องกันความปลอดภัย (Firewall) ที่แข็งแกร่ง 3-4 ชั้นเพื่อใช้ในการป้องกันและรักษาข้อมูลของลูกค้าเพื่อให้มั่นใจและมีความเชื่อมั่นความปลอดภัย ในการเก็บรักษาข้อมูล

การใช้ Cloud Computing จะเป็นส่วนที่สามารถช่วยในเรื่องต้นทุนการทำธุรกิจให้ลดน้อยลงได้ จากผลวิจัยพบว่า การใช้ Cloud Computing ในธุรกิจบางอย่าง สามารถลดต้นทุนได้ถึง 60-80% เพราะกว่า 95% ของจำนวนเงินภายในองค์กรต้องจ่ายไปกับการซื้อตัวเก็บข้อมูลหรือ Storage เพื่อเก็บข้อมูลขององค์กร

Cloud Computing มีวิธีการใหม่ๆ มาให้เลือกใช้ ซึ่งสามารถตอบสนองต่อความต้องการทางธุรกิจที่หลากหลาย ดังเช่น กรณีของ Google ที่เน้นเรื่องของนวัตกรรมด้านการแปลภาษา เช่น หากผู้ส่งเขียนอีเมล์ในภาษาหนึ่ง เมื่ออีเมล์ถูกส่งไปยังผู้รับ ก็จะถูกแปลไปเป็นภาษาที่ผู้รับเข้าใจได้ในทันที

เทคโนโลยี Cloud Computing ทำผู้ใช้สามารถเปลี่ยนแปลงลักษณธได้ด้วยตนเอง ซึ่งจะทำให้เวลาในการทำงานตอนเช้าของผู้คนลดน้อยลง เนื่องด้วยสามารถทำงานได้ ณ ที่ใดก็ได้

ในประเทศไทย เริ่มมีหลายองค์กรใช้ Cloud Computing  เช่น บริษัทเอกชน สถานทูต มหาวิทยาลัย โรงเรียน กลุ่มธุรกิจเล็กๆ หรือชมรมต่าง ๆ

AKI TALK # 1 : The Future of cloud Computing part (1)

AKI TALK # 1 : The Future of cloud Computing part (2)

AKI TALK # 1 : The Future of cloud Computing part (3)

AKI TALK # 1 : The Future of cloud Computing part (4)

แหล่งข้อมูลอ้างอิง : akiedu.org

Filed in: Other Tags: ,

Get Updates

Share This Post

Recent Posts

Loading Facebook Comments ...

Leave a Reply

Submit Comment

© 2014 ข่าวไอที. All rights reserved.